GDP ประเทศไทยมีสัดส่วนจะอะไรบ้าง และ GDP คืออะไร

101

GDP คือค่าอะไร?

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (gross domestic product: GDP) หมายถึง มูลค่าตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตในประเทศ โดยไม่คำนึงว่าผลผลิตนั้นจะผลิตขึ้นมาด้วยทรัพยากรของชาติใด เช่น หากเป็นอุตสาหกรรมต่างประเทศ ถ้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย จะถือว่าเป็น GDP ของไทยทั้งหมด  ไม่ว่าจะสัญชาติใดก็ตาม ซึ่งวิธีคิด GDP ถูกคิดค้นโดย Simon Kuznets นักเศรษฐศาสตร์ชาวรัสเซีย

GDP ประเทศไทย จะนับการคำนวณเฉพาะรายได้ที่เกิดขึ้นในไทยเท่านั้น แต่ถ้าเป็นคนไทย แล้วมีรายได้ที่ต่างประเทศ อันนั้นเรียก GNP : Gross National Product ที่จะนับเฉพาะรายได้จากคนไทยเท่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ประเทศใดในโลกนี้ก็ตาม

การคํานวณ GDP ด้วยรายจ่ายเป็นวิธีที่พื้นฐานที่สุดในการวัด สมการที่คำนวณเข้าใจง่ายๆ

GDP=C+I+G+(X-M)

ค่าแต่ละค่าประกอบด้วย
โดยที่

  1. C คือ Consumption (รายจ่ายเพื่อการบริโภค) หมายถึง การบริโภคของภาคเอกชน และ ประชาชน ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลแทบทั้งหมด เช่น ค่าอาหาร สาธาณูปโภค เป็นต้น แต่ไม่รวมการซื้อที่อยู่อาศัยหลังใหม่
  2. I คือ Investment (การลงทุนภาคเอกชน) หมายถึง การลงทุนของธุรกิจในสินค้าทุนของภาคเอกชน เช่น การก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ , เครื่องจักรสำหรับโรงงาน เป็นต้น
  3. G คือ Government Spending (รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการโดยรัฐบาล) หมายถึง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของรัฐบาลที่ใช้ซื้อสินค้าและบริการขั้นสุดท้าย ซึ่งรวมถึงเงินเดือนของข้าราชการ การซื้ออาวุธทางทหาร และค่าใช้จ่ายลงทุนของรัฐ
  4. (X-M) คือ รายจ่ายเพื่อการนำเข้าและส่งออก
    X = Export (ส่งออก + ท่องเที่ยว) *มีผลต่อ GDP ของประเทศไทยมากที่สุด
    I = Import (นำเข้า)

อันดับ GDP ของแต่ละประเทศในโลกดูได้ที่นี่

Nominal GDP (มูลค่าตามราคาปัจจุบัน) คานวณได้จาก มูลค่าการผลิตและสินค้าทุนคิดตามราคาของปีนั้นๆ
Real GDP (มูลค่าตามราคาคงที่)คานวณได้โดยการกาหนดปีใดๆปีหนึ่งเป็นปีฐานแล้วนาค่าคิดค่าGDP ของแต่ละปีอื่นๆโดยใช้ราคาสินค้าในปีฐานคิดจะเปลี่ยนเมื่อราคาสินค้าในตลาดหรือจานวนผลผลิตเปลี่ยน จะเปลี่ยนเมื่อจานวนผลผลิตเปลี่ยนเท่านั้น
Nominal GDP ที่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องค่าครองชีพ
GDP at Purchasing Power Parity (PPP) เปรียบเทียบกับอำนาจซื้อโดยดูจากค่าครองชีพ

อัตราการเติบโตของ GDP

เมื่อคำนวณได้ค่า GDP แล้วมักจะนำมาเทียบกับปีที่ผ่านมาดังรูป เป็นอัตราการเติบโตของ GDP ที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์

GDP ของไทยตั้งแต่ปี 1961-2019

ค่า GDP เป็นบวก แสดงถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่มีการเติบโตขึ้น มีเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น อัตราเงินเฟ้อก็จะสูงขึ้น เพราะเมื่อคนมีความต้องการซื้อกันมากขึ้น สามารถดันให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นมาได้ ลองนึกถึงช่วงเศรษฐกิจดี คนมีกำลังซื้อ สินค้าทุกอย่างราคาแพงแต่คนก็ซื้อได้

ค่า GDP เป็นลบ แสดงถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่มีการชะลอตัวเลง มีเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศลดลง ดังเช่นในช่วงนี้ช่วงโควิด-19 เห็นได้ชัด เศรษฐกิจฝืดเคือง คนไม่ค่อยมีเงินจะใช้ คนมีเงินก็ไม่กล้าใช้ กลัวจะแย่ลงไปอีก ไม่มีการลงทุนใหม่ รายได้จากการส่งออกและท่องเที่ยวหายไปหมด

ประโยชน์ของตัวเลขผลิตภัณฑ์ GDP

  • เป็นเครื่องชี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมหภาค
  • เป็นเครื่องบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมเศรษฐกิจในระยะสั้น
  • เป็นดัชนีเปรียบเทียบฐานะเศรษฐกิจของประเทศ
  • เป็นเป้าหมายในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ

ผลิตภัณฑ์เฉลี่ย GDP ต่อหัว

เป็นการนา GDP และ/หรือ GNP มาหารเฉลี่ยด้วยจานวนประชากรในประเทศ กลายเป็น ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อประชากร 1 คน (per capita GDP) หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติต่อประชากร 1 คน (per capita GNP)เพื่อแสดงให้ทราบว่าในปีนั้น ประชากร 1 คนสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นมูลค่าเท่าใด และสามารถเปรียบเทียบความสามารถในการผลิตของประชากรในแต่ละช่วงเวลาได้

GDP ต่อคนของประเทศไทยอยู่ $7,792 อยู่อันดับ 80 ของโลก หรือประมาณ 240,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

ข้อมูลจาก NESDC  3 อันดับแรกที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร มากที่สุดในประเทศไทย

  1. ระยอง 88,954 บาท/เดือน
  2. กรุงเทพ 50,368 บาท/เดือน
  3. ชลบุรี 47,233 บาท/เดือน

GDP บ่งชี้ถึงมาตรฐานการครองชีพหรือไม่

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงมาตรฐานการครองชีพของประชากรในประเทศนั้น ๆ ได้ แต่อย่างไรก็ตาม GDP เป็นดัชนีชี้วัดผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ แต่ไม่สามารถชี้วัดคุณภาพชีวิตที่แท้จริงได้เพราะอะไร?

เนื่องจากตามนิยาม GDP หมายถึง ผลิตภัณฑ์รวมในประเทศรายได้ที่เกิดขึ้นจากในประเทศเท่านั้น ไม่ว่าจะสัญชาติใดก็ตาม ถ้าบริษัทใหญ่มีกำไรก็นับเข้าใน GDP หรือบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนส่งออก ก็นับเข้าใน GDP แม่ค้าในตลาดขายของได้ก็นับเข้าใน GDP ซึ่งสัดส่วน GDP ของไทยที่มีบริษัทใหญ่และเน้นการส่งออกคิรายได้คิดเป็น 70% ของ GDP ถ้าส่งออกไม่ดี GDP ก็ไม่ดี ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ในประเทศไม่เกี่ยวข้องกับการส่งออกเลย อีกทั้งตามสูตร GDP=C+I+G+(X-M) ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ GDP โตไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือการใช้จ่ายภาครัฐ ฉะนั้นมาตรฐานการครองชีพของไทยจึงไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับ GDP ตรงโดยทีเดียว ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด GDP ต่อหัว 3 จังหวัดสูงสุดในประเทศจะเห็นได้ว่าระยองเป็นอันดับที่ 1 คนระยองรายได้ดีกว่าคนกรุงเทพหรือไม่ ก็อาจจะใช่ แต่ไม่น่าจะใช่ทุกคน ส่วนนึงเป็นเพราะโรงงานที่มีมมากมายในระยองเป็นตัวที่ทำให้ GDP จังหวัดระยองสูงและประชากร มีเพียง 723,316 คน

จุดอ่อนของ GDP และGNP
1.ไม่รวมมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ซื้อขายผ่านตลาด เช่น ผลผลิตที่ผลิตแล้วบริโภคกันเองภายในครัวเรือนไม่ได้ทาการซื้อขาย หรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่นการพนัน ค้ายาเสพติด เป็นต้น
2.ไม่แสดงการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากวัดแต่ปริมาณไม่ได้วัคคุณภาพ ในขณะที่สินค้าหลายชนิดมีคุณภาพดีขึ้น ราคาถูกลง
3.ไม่ใช่เครื่องวัดสวัสดิการหรือความกินดีอยู่ดี (เช่น เวลาว่าง การพักผ่อน) เพราะไม่สามารถบ่งบอกถึงคุณภาพชีวิตหรือการกระจายรายได้ เพราะรายได้กับสวัสดิการนั้นไม่เหมือนกัน
4.ไม่ได้หักผลเสียของสภาวะแวดล้อม
5.ความถูกต้องในการลงบัญชี เช่น ซื้อในนามนิติบุคคลถือว่าเป็นการลงทุน แต่ถ้าซื้อในนามบุคคลถือว่าเป็นการบริโภค

GDP ของประเทศไทย

GDP ของประเทศไทย $529.177 billion (nominal) อยู่อันดับที่ 22 ของโลก
ประชากร 69,428,524 คน (2018)
GDP ต่อหัว $7,792 อยู่อันดับ 80 ของโลก
GDP ไทยปี 62 โตต่ำเพียง 2.4%

GDP โดยแบ่งเป็นภาค

  • ภาคการเกษตร: 8.4%
  • อุตสาหกรรม: 39.2%
  • บริการ: 52.4%

ส่งออก $236.69 billion (2017)
แบ่งเป็นเครื่องจักร (23%), อิเลคโทรนิค(19%), อาหารและไม่ (14%), เคมีภัณฑ์และพลาสติก (14%), ยานยนต์และชิ้นส่วน (12%), หินและแก้ว (7%), สิ่งทอและเฟอร์นิเจอร์ (4%)

นำเข้า $222.76 billion (2017)

รายได้จากการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นประมาณ 12% ของ GDP (สถิติรายได้ภาคการท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในปี 2019 ประเทศไทย มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 1.9 ล้านล้านบาท) จำนวน 39,797,406 คน

รายได้จากการท่องเที่ยวและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
GDP รายไตรมาสจากปี 2017 ถึง ไตรมาสที่ 2 ของปี 2020

อัตราการเจริญเติบโตของประเทศในอาเซียน

ถ้าดู GDP ว่าเราทำดีหรือไม่ คงต้องเทียบกับประเทศที่ทรัพยกร ขนาดประเทศ ฐาน GDP ต่อหัว หรือประเทศกำลังพัฒนาพอๆกัน จะเห็นได้ว่าเวียดนามโตมาที่สุด รองมาก็ฟิลิปปินส์ ที่โตต่ำสุดคือสิงคโปร์แต่ด้วยเป็นประเทศที่เจริญแล้วฐาน GDP สูงจึงถือว่าปกติ
แต่ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา ถ้าเอาประเทศที่พอจะเปรียบเทียบได้ น่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเห็นว่าประเทศไทยทำไว้ไม่ค่อยดี อัตราการเจริญเติบโตน้อยที่สุดในกลุ่ม อีกทั้งยังเป็นประเทศที่กำลังเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอีกด้วย ในอนาคตถ้ามียุทธศาสตร์ชาติที่ดี มีแนวโน้มอาจจะโตไม่เกิน 3% อีกเลย

ที่มา https://en.wikipedia.org/wiki/Economy_of_Thailand
https://knoema.com/atlas/Thailand/Tourism-receipts-as-a-share-of-exports
http://fin.bus.ku.ac.th/135512%20Economic%20Environment%20for%20Finance/Lecture%20Slides/Fiscal%20and%20Monetary.pdf