ตลาด OTT TV เดือด อีก 3 ปีผู้ชมเท่าตลาดทีวี LINE TV ลั่นหามายยึดเวทีนี้

206

อย่ามองข้าม! OTT TV มูลค่า 10,000 ล้านบาท อีก 3 ปีในปี 2024 กินแชร์ผู้ชม 50% เท่าผู้นำทีวี LINE TV เผย 6 กลยุทธ์สู่ผู้นำ OTT TV พร้อมเปิดตัว As Seen on LINE TV ให้ชอปปิ้งสินค้าจากคอนเทนต์ดัง ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์ม Top of Choice ของผู้ชมและนักการตลาด จับตาตลาด OTT TV จากที่มีผู้เล่นในตลาดมากกว่า 10 ราย มูลค่ารายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท ทั้งที่มาจากโฆษณา และระบบรับชมแบบสมาชิก ขณะที่การแข่งขันรุนแรงมากขึ้น ในแง่ที่แต่ละรายมุ่งหาคอนเทนต์ไทยเพื่อดึงดูดฐานผู้ชม ในแง่ผู้ผลิตคอนเทนต์เองก็มีจำนวนจำกัด รวมถึงกำลังมองหาทิศทางของตัวเองว่าจะออกไปทางไหน ในสถานการณ์ที่ต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งอนาคตการแข่งขันอาจจะเบาลง ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ผลิตคอนเทนต์อาจจะสู้ต้นทุนไม่ไหว และหายไป และบางส่วนหาทิศทางดำเนินธุรกิจต่อไปได้แล้ว

OTT TV คืออะไร

แพลตฟอร์มรับชมรายการออนไลน์หรือ OTT : Over The Top ตบเข้ามาทำตลาดอย่างไม่หยุดหย่อน จากค่ายเทคโนโลยีที่พยายามพลิกโลก ดิสรัปธุรกิจสื่อดั้งเดิม ที่ตอบโจทย์โดยเฉพาะ TV Everywhere & Cross-screen consumption ที่สามารถดูได้ที่ไหน เวลาใดก็ได้ ทั้งจอโทรทัศน์ มือถือหรือในคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อรายใหญ่หน้าเก่าตั้งหลักได้ ผู้ผลิตคอนเทนท์ เจ้าของสื่อต่างๆ หันมาพัฒนาแพลตฟอร์มโอทีทีเอง ทำให้สนามประลองกำลังแห่งนี้ ทวีการแข่งขันดุเดือดขึ้น แพลตฟอร์มรับชมคอนเทนท์ออนไลน์มีทั้งแบบจ่ายเงิน และชมฟรี มีโฆษณาคั่น  ไม่ว่าจะเป็น ไลน์ทีวี, เน็ตฟลิกซ์, วีทีวี, วิว และอีกมากมาย แนวโน้มตลาดในอนาคต

ธุรกิจคอนเทนต์ ทีวีตอนนี้แบ่งได้เป็น

  • การดูทีวีตามผังเวลาที่ถูกกำหนดไว้ “Scheduled Linear TV” เช่น ช่อง3, ช่อง7, ไทยรัฐทีวี, อมรินทร์ทีวี,
  • เคเบิ้ลทีวีแบบเสียค่าสมาชิก “Premium Networks” ไม่มีโฆษณาและคอนเทนต์เป็นระดับพรีเมี่ยมที่ต้องจ่ายเงินดู เช่น เคเบิ้ลทีวี, Truevision
  • แพลตฟอร์มรับชมรายการออนไลน์ “OTT: Over The Top” หรือ “On-demand streaming” ซึ่ง OTT ยังแบบเป็นหลายแบบ
  1. SVOD (Subscription Video On Demand) เป็นรูปแบบธุรกิจสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน เช่น Netflix
  2. TVOD (Transactional Video On Demand) เป็นบริการแบบให้เช่าคอนเทนต์ ซึ่งเมื่อจ่ายค่าเช่าแล้ว จะดูได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เหมือนเช่าวิดีโอสมัยก่อน
  3. EST (Electronic Sell Through) เป็นการขายขาด ให้ดาวน์โหลดดูออฟไลน์ได้เป็นเรื่องๆ รูปแบบนี้มาแทนการขาย DVD หรือ Blu-ray
  4. AVOD (Advertising Video On Demand) ให้ดูฟรี แต่มีโฆษณาด้วย เป็นรูปแบบที่เหมาะกับคนไทยสุด เช่น YouTube และ Live TV

Live TV รุกตลาดหวังครองเจ้าตลาด

LINE TV ครบรอบ 6 ปี เผย 6 ปรากฏการณ์ผู้นำ OTT TV ของไทย
นายกณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาด OTT TV เฉพาะในประเทศไทย การรับชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์จะโตขึ้น 15% ในปี พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) จากปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) สำหรับในเมืองไทย การรับชมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ก็จะโตขึ้น 15% ในปี 2024  จากปี 2018 โดยแพลตฟอร์มออนไลน์ประเภท AVOD (Ad-Supported VDO on Demand) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีรายได้จากการโฆษณาโดยผู้ชมไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อชม จะเติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 50% เกือบเทียบเท่าฐานผู้ชมบนทีวี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้ผู้ชมปรับตัวหันมาชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์มากยิ่งขึ้น  เห็นได้ชัดจาก LINE TV ที่มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 43% และใช้เวลาดูนานขึ้นรวม 43% ด้วยเช่นกัน 
ขณะที่ด้านผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศนั้นก็จะถูกดึงฐานผู้ชมโดยแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลก ซึ่งมีโปรดักชันคอนเทนต์ขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน 

“คาดการณ์ 3 ปีข้างหน้าการรับชมคอนเทนท์ผ่านแพลตฟอร์มโอทีทีจะเท่ากับทีวีเป็นครั้งแรกและการรับชมแบบไม่มีค่าใช้จ่ายจะมีความสำคัญมากสุดเพราะคนไทยชินกับการดูฟรี” 

“เทรนด์การรับชม OTT TV กำลังเป็นที่นิยมสูงขึ้นทั่วโลก เห็นได้จากจีนที่สัดส่วนรับ OTT แซงหน้า TV ไปแล้ว ตามมาด้วยบราซิล การรับชมทีวีน้อยกว่า TV น้อยกว่า 30% รวมถึงประเทศไทยที่คาดว่าในอีก 3 ปีสัดส่วนการรับชม OTT TV จะเท่ากับทีวี จากปี 2561 การรับชม OTT อยู่ที่ 30% และทีวีอยู่ที่ 70% ซึ่งในส่วนของไลน์ทีวีเอง ช่วง ม.ค.-พ.ค. 2563 พบการรับชมรายเดือนโตขึ้น 12% ยอดการดาวน์โหลดโตขึ้น 72% และการรับชมเฉลี่ยโตขึ้น 17% การคาดการณ์ว่าจะมีสัดส่วน 50% เท่ากันในอีก 3 ปีข้างหน้าจึงอาจจะเร็วกว่านั้นก็เป็นได้” 

จากปัจจัยเหล่านี้ LINE TV จึงเล็งเห็นว่าเป็นทั้งตัวกระตุ้นและโอกาสสำหรับผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศและเหล่าแบรนด์ต่างๆ ที่จะให้ความสำคัญต่อแพลตฟอร์ม OTT TV โดยเฉพาะประเภท AVOD ที่กำลังจะมีบทบาทเป็นอย่างมากในตลาดคอนเทนต์ไทย โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ค้นพบ 6 ปรากฏการณ์กลยุทธ์ที่ทำให้ LINE TV เป็นผู้นำ OTT TV

ปรากฏการณ์ที่ 1 : พลังแพลตฟอร์มผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ผู้ชมทั่วโลก – ในปีที่ผ่านมา LINE TV ได้ลุล่วงพันธกิจ Content Digitalization Engine for Thais ผลักดันส่งออกคอนเทนต์ไทยหลากหลายประเภท โดยเฉพาะ LINE TV Original Content ไปสู่สายตาผู้ชม 28 ประเทศทั่วโลก และมีออริจินัลคอนเทนต์ 78 เรื่อง 

ปรากฏการณ์ที่ 2 : ดันกระแส Boy’s Love ให้แมส สร้าง Engagement สูงสุด – LINE TV มีซีรีส์วายมากที่สุดในไทยกว่า 39 เรื่อง (ตุลาคม 2563) และฐานผู้ชมโตขึ้นถึง 3 เท่าตัวในทุกช่วงวัยในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งจาก Y-Economic Study การสำรวจพฤติกรรมเชิงพาณิชย์ในกลุ่มผู้ชมซีรีส์วายในเมืองไทย 
LINE Insight เผยว่า ผู้ชมคอนเทนต์นี้ที่ต้องการดูซ้ำเพื่อเพิ่มยอดวิวให้สูงขึ้น เชื่อมต่อกับคอมมูนิตีบนโซเชียลมีเดียขณะรับชม แพลตฟอร์มที่อีโคซิสเต็มสามารถรองรับพฤติกรรมเหล่านี้ได้จะยิ่งช่วยทำให้คอนเทนต์นั้นโด่งดังและสร้าง Engagement กับผู้ชมได้มากยิ่งขึ้น เป็นโอกาสที่แบรนด์ต่างๆ เข้าไปมีส่วนร่วมได้หลากหลายรูปแบบ 
“กล่าวคือ ไลน์ทีวีเป็นแพลตฟอร์มการรับชมจากนิชเป็นแมสได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมวายซีรีส์ ที่มีทั้งหมด 39 เรื่อง มากสุดในแพลตฟอร์ม OTT ในไทย ทำให้ผู้ชมกลุ่มนี้ 80% จะดูผ่านไลน์ทีวี หรือในปี 2019-2020 ยอดผู้ชมกลุ่มวายซีรีส์โตขึ้น 3 เท่า หรือโตขึ้น 61% นับจากปี 2016-2020 ส่งผลให้ปีนี้มียอดผู้ชมวายซีรีส์กว่า 19 ล้านคน” 

ปรากฏการณ์ที่ 3 : เพิ่มความหลากหลายและทางเลือกเพื่อผู้ชม – LINE TV มุ่งสร้างความหลากหลายทั้งในเชิงคอนเทนต์และประสบการณ์รับชม เช่น เพิ่มคอนเทนต์ LGBTQ+ คุณภาพต่อยอดจากความนิยมของซีรีส์วาย เพิ่มคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ไทยมืออาชีพ เพิ่มแอนิเมชันเรื่องดัง ซึ่งเป็นอีกประเภทที่ได้รับความนิยมจากการที่ยอดรับชมเติบโตสูงถึง 112 % และกว่า 80% อายุ 18-24 ปี และกว่า 60% เป็นผู้ชาย ทั้งยังรุกหน้าติดตั้งแอปฯ LINE TV ในทีวีหลากหลายแบรนด์

รวมถึงการจับมือกับ TCL เพื่อผลิตทีวีรุ่นพิเศษ “LINE TV” Custom TV รุ่นแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันพิเศษมากมายเพื่อผู้ชม LINE TV แบบไม่มีโฆษณาคั่นนาน 1 ปี จากพฤติกรรมการชมบนจอใหญ่ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 129% และยอดรับชม LINE TV บนจอใหญ่เพิ่มถึง 55% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ปรากฏการณ์ที่ 4 : King of Thai Content แห่ง OTT TV ไทย – LINE TV มีพันธมิตรคอนเทนต์มากถึง 250 ราย สามารถผลิตคอนเทนต์ไทยที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะ LINE TV Original Content ที่มีมากถึง 78 คอนเทนต์ (ตุลาคม 2563) การันตีคุณภาพด้วยรางวัลทั้งในประเทศและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับรางวัล Asian Academy Creative Awards 2020 รอบประเทศไทยก่อนจะเข้าชิงในระดับนานาชาติปลายปีนี้ และรางวัล 2020 Asia Contents Awards อีกด้วย 
LINE TV Original ที่จะออกมาสร้างกระแสความนิยมในช่วงปลายปีนี้ อย่าง The Graduates บัณฑิตเจ็บใหม่, แปลรักฉันด้วยใจเธอ และ The Secret เกมรัก เกมลับ ที่กำลังจะลงจอในเดือนธันวาคมนี้ ก็ต่างจับกลุ่มผู้ชมที่หลากหลายแตกต่างกัน 

ปรากฏการณ์ที่ 5 : สร้าง Enjoyment Journey บนอีโคซิสเต็ม ติดปีกให้คอนเทนต์ – LINE TV สร้าง Enjoyment Journey ที่เชื่อมโยงเข้ากับบริการต่างๆ บน LINE Ecosystem เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าแค่การชม เป็นการติดปีกให้ผู้ผลิตพาคอนเทนต์เข้าถึงฐานผู้ชมได้มากกว่าที่เคย อย่างที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากกระแสซีรีส์วายในแคมเปญ “อินจิ้นฟินเวอร์” ที่สร้างสถิติสูงสุดให้กับบริการต่างๆ ที่ร่วมแคมเปญมาแล้ว

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ As Seen on LINE TV ต่อยอดจากแนวคิดดังกล่าว ให้ผู้ชมสามารถชอปปิ้งสินค้าที่อยู่ในคอนเทนต์บน LINE TV ต่อได้เลยทันที โดยอยู่ในแท็บ Wallet บนแอปฯ LINE

ปรากฏการณ์ที่ 6 : แพลตฟอร์ม Top of Choice ของผู้ชมและนักการตลาด – ด้วยยอดวิวรวมกว่า 6 พันล้านวิวในแต่ละปี LINE TV ยังเป็นแพลตฟอร์มที่นักการตลาดเลือกลงโฆษณามากที่สุด จากการที่มีคอนเทนต์ทันกระแส หลากหลาย เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างอย่างทั่วถึง ทั้งยังไม่มีโฆษณา Mid-roll คั่นขณะชมโดยไม่ต้องเสียค่าสมาชิกแบบพรีเมียม โดยในเร็วๆ นี้จะยังมีการเปิดตัวเครื่องมือวัดผลและวางแผนการซื้อโฆษณาร่วมทั้งบนทีวี และ LINE TV เพื่อวัดการรับชมจากทุกอุตสาหกรรมทีวีเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้อย่างแม่นยำมากที่สุดอีกด้วย

“การจะเป็นผู้นำบนตลาด OTT TV ในเมืองไทยของ LINE TV ได้นั้นไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มบันเทิงของผู้ชมอย่างเดียว แต่เรายังมุ่งผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยให้เติบโตรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป ทั้งยังพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์นักการตลาดด้วยโซลูชันใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรมคอนเทนต์ให้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กันอีกด้วย” นายกณพกล่าว

ที่มา mgronline.com / medium