Tesla แซง Toyota กลายเป็นบริษัทรถยนต์มูลค่าสูงที่สุดในโลก

53
Tesla แซง Toyota กลายเป็นบริษัทรถยนต์มูลค่าสูงที่สุดในโลก

หุ้น Tesla พุ่งทะยานต่อเนื่องกลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่มูลค่ามากสุดในโลก แซงหน้า Toyota แชมป์เก่ายาวนานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยราคาหุ้นทะลุระดับ 1,000 เหรียญไปแล้ว โดยปิดตลาดที่ 1,025.05 ดอลลาร์สหรัฐ (+8.97%) ตามไปกับตลาดหุ้น Technology ของสหรัฐอย่างดัชนี Nasdaq ก็ทะลุระดับ 10,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยมูลค่า Market Cap ล่าสุดของ Tesla นั้นอยู่ที่ 190,121  ล้านเหรียญ แซงหน้ามูลค่าบริษัท Toyota ที่ 178,000 ล้านเหรียญและขึ้นยืนแท่นบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หุ้น Tesla พุ่งทะยานต่อเนื่องกลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่มูลค่ามากสุดในโลก

รายได้ของ Tesla ในปีที่ผ่านมา
ปี 2015 ทำรายได้ 126,000 ล้านบาท ส่งมอบรถ 50,580 คัน
ปี 2016 ทำรายได้ 217,000 ล้านบาท ส่งมอบรถ 76,230 คัน
ปี 2017 ทำรายได้ 366,000 ล้านบาท ส่งมอบรถ 101,312 คัน
ปี 2018 ทำรายได้ 668,000 ล้านบาท ส่งมอบรถ 245,240 คัน
ปี 2019 ทำรายได้ 780,000 ล้านบาท ส่งมอบรถ 367,500 คัน

และจากการเปิดเผยของ CNET ยังพบอีกด้วยว่า Tesla มีมูลค่าบริษัทเหนือค่ายรถยนต์ในประเทศที่บุกเบิกอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน ทั้ง General Motors, Ford และ Fiat Chrysler Automobiles รวมกันเสียอีก (ทั้ง 3 บริษัทมีมูลค่ารวมกันที่ 88,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

หนึ่งในสาเหตุสำคัญประการต้นๆ ที่ทำให้หุ้นของ Tesla ทะยานขึ้นสูงเช่นนี้มาจากการที่ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัท ได้ประกาศกับพนักงานว่า Tesla เตรียมจะเริ่มเดินสายพานการผลิตรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า Tesla Semi อย่างเป็นรูปธรรมและเต็มอัตราเพื่อให้พร้อมสอดรับกับความต้องการของตลาด และยังจะผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้า ระบบส่งกำลังรถยนต์ในโรงงาน Tesla Gigafactory ที่เนวาดา และมีจุดเด่นที่การออกแบบ ดีไซน์ และการชาร์ตแบตแล้วสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลๆ โดยทั้งการผลิตและการส่งมอบรถจะต้องถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2021
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ภาพ Tesla สดใส คือ โรงงานที่จีน ที่มีส่วนสำคัญที่จะทำให้การส่งมอบรถในปีนี้ทะลุ 5 แสนคันได้ หรือเพิ่มขึ้น 36% ยอดขายในจีนพุ่งสูงกว่าที่คาด และอีกเหตุผลใหญ่ที่ทำให้หุ้น Tesla ขึ้นสูงอย่างมากคือมีการเปิดตัวแบตเตอรี่ใหม่ “Game-Changing” battery แบตเตอรี่นี้จะมีอายุการใช้งานทำให้รถวิ่งได้ 1 ล้านไมล์ ซึ่งจะออกมาเปลี่ยนโฉมธุรกิจวงการรถยนต์อย่างแน่นอน


ที่มา
https://www.theverge.com
https://www.cnet.com